สาระน่ารู้


กติกาตะกร้อใหม่ล่าสุด

โพสต์27 พ.ค. 2562 22:16โดยกลุ่มสาระฯสุขศึกษาและพลศึกษา กลุ่มสาระฯสุขศึกษาและพลศึกษา   [ อัปเดต 27 พ.ค. 2562 22:21 ]

กติกาตะกร้อใหม่ล่าสุด



กติกาเซปักตะกร้อ

ของสหพันธ์เซปักตะกร้อนานาชาติ (ISTAF)

ข้อ 1. สนามแข่งขัน (THE COURT)
1.1 สนาม พื้นที่ของสนามมีความยาว 13.40 เมตร และกว้าง 6.10 เมตร จะต้องไม่มีสิ่งกีดขวางใดๆ วัดจากพื้นสนามสูงขึ้นไป 8 เมตร (พื้นสนามไม่ควรเป็นหญ้าหรือสนามทราย)
1.2 เส้นสนาม ขนาดของเส้นสนามทุกเส้นที่เป็นขอบเขตของสนามต้องไม่กว้างกว่า 4 เซนติเมตรให้ตีเส้นจากขอบนอกเข้ามาในสนามและถือเป็นส่วนหนึ่งของพื้นสนาม แข่งขันด้วย เส้นเขตสนามทุกเส้นต้องห่างจากสิ่งกีดขวางอย่างน้อย 3 เมตร
1.3 เส้นกลาง มีขนาดความกว้างของเส้น 2 เซนติเมตร โดยจะแบ่งพื้นที่ของสนามออกเป็นด้านซ้ายและขวาเท่าๆกัน
1.4 เส้นเสี้ยววงกลม ที่มุมสนามของแต่ละด้านตรงเส้นกลาง ให้จุดศูนย์กลางอยู่ที่กึ่งกลางของเส้นกลาง ตัดกับเส้นขอบนอกของเส้นข้าง เขียน เส้นเสี้ยววงกลมทั้งสองด้าน รัศมี 90 เซนติเมตร ให้ตีเส้นขนาดวามกว้าง 4 เซนติเมตร นอกเขตรัศมี 90 เซนติเมตร
1.5 วงกลมเสิร์ฟ ให้มีรัศมี 30 เซติเมตร โดยวัดจากขอบด้านนอกของเส้นหลังเข้าไปในสนามยาว2.45 เมตร และวัดจากเส้นข้างเข้าไปในสนามยาว 3.05 เมตร ใช้ตรงจุดตัดจากเส้นหลังและเส้นข้างเป็นจุดศูนย์กลาง ให้เขียนเส้นวงกลมขนาดความกว้าง 4 เซนติเมตร นอกเขตรัศมี 30 เซนติเมตร

ข้อ 2 เสา (THE POST)
2.1 เสามีความสูง 1.55 เมตร (สำหรับผู้หญิง 1.45 เมตร) เสาให้ตั้งอยู่อย่างมั่นคงพอที่จะทำให้ตาข่ายตึงได้ โดยเสาต้องทำจากวัตถุที่มีความแข็งแกร่ง และรัศมีไม่เกิน 4 เซนติเมตร
2.2 ตำแหน่งของเสา ให้ตั้งหรือวางไว้อย่างมั่นคงนอกสนามตรงกับแนวเส้นกลางห่างจากเส้นข้าง 30 เซนติเมตร

ข้อ 3 ตาข่าย (THE NET)
3.1 ตาข่ายให้ทำด้วยเชือกอย่างดีหรือไนล่อน มีรูตาข่าย กว้าง 6-8 เซนติเมตร มีความกว้างของผืนตาข่าย 70 เซนติเมตร และความยาวไม่น้อยกว่า 6.10 เมตร ให้มีวัสดุที่ทำเป็นแถบ ขนาดความกว้าง 5 เซนติเมตร ตรงด้านข้างของตาข่ายทั้งสองด้านจากบนถึงล่างตรงกับแนวเส้นข้างซึ่งเรียก ว่า “แถบแสดงเขตสนาม”
3.2 ตาข่ายให้มีแถบหุ้มขนาดกว้าง 5 เซนติเมตร ทั้งด้านบนและด้านล่าง โดยมีลวดหรือเชือกไนล่อนอย่างดีร้อยผ่านแถบและขึงตาข่ายให้ตึงเหนือระดับเสา ได้ความสูงของตาข่าย โดยวัดจากพื้นถึงส่วนบนของตาข่ายที่กึ่งกลางสนาม มีความสูง 1.52 เมตร (สำหรับผู้หญิง 1.42 เมตร) และวัดตรงเสาทั้งสองด้าน มีความสูง 1.55 เมตร (สำหรับผู้หญิง 1.45 เมตร)


ข้อ 4 ลูกตะกร้อ (THE SEPAKTAKRAW BALL)
ลูกตะกร้อต้องมีลักษณะเป็นลูกทรงกลม ทำด้วยหวายหรือใยสังเคราะห์ชั้นเดียว มี 12 รู กับ 20 จุดตัดไขว้ หากทำด้วยหวายต้องมีจำนวน 9-11 เส้น ขนาดของเส้นรอบวงต้องไม่น้อยกว่า 42 เซนติเมตร และไม่มากกว่า 44 เซนติเมตร (สำหรับผู้หญิง 43-45 เซนติเมตร) น้ำหนักก่อนใช้แข่งขันต้องไม่น้อยกว่า 170 กรัม และไม่เกินกว่า 180 กรัม (สำหรับผู้หญิง 150-160 กรัม)

ข้อ 5 ผู้เล่น (THE PLAYERS)
5.1 การแข่งขันมี 2 ทีม ประกอบไปด้วยผู้เล่นฝ่ายละ 3 คน
5.2 ผู้เล่นคนหนึ่งในสามคนจะเป็นผู้เสิร์ฟ และอยู่ด้านหลัง เรียกว่า “ผู้เสิร์ฟ” (SERVER)
5.3 ผู้เล่นอีกสองคนอยู่ด้านหน้า โดยคนหนึ่งจะอยู่ด้านซ้ายและอีกคนหนึ่งจะอยู่ด้านขวา คนที่อยู่ด้านซ้าย เรียกว่า หน้าซ้าย (LEFT INSIDE) และคนที่อยู่ด้านขวา เรียกว่า หน้าขวา (RIGHT INSIDE)

ข้อ 6 เครื่องแต่งกายของผู้เล่น (PLAYER’S ATTIRE)
6.1 สำหรับชาย ต้องสวมเสื้อยืด กางเกงขาสั้น (สำหรับผู้หญิงให้สวมเสื้อยืดคอกลมมีแขนและกางเกงขาสั้นที่มีความยาวระดับ เข่า) และรองเท้ากีฬาพื้นยาง ห้ามผู้เล่นสวมสิ่งอื่นใดที่จะเป็นอันตรายแก่ฝ่ายตรงข้ามในระหว่างการแข่ง ขัน กรณีที่อากาศหนาวอนุญาตให้ผู้เล่นสวมเสื้อชุดวอร์มแข่งขันได้
6.2 ส่วนต่างๆ ของเครื่องแต่งกายของผู้เล่นถือเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย และเสื้อจะต้องอยู่ในกางเกงตลอดเวลาการแข่งขัน
6.3 สิ่งใดก็ตามที่ช่วยเร่งความเร็วของลูกตะกร้อหรือช่วยในการเคลื่อนที่ของผู้เล่น ไม่อนุญาตให้ใช้
6.4 หัวหน้าทีม (CAPTAIN) จะต้องใสปลอกแขน ที่แขนเสื้อด้านซ้าย
6.5 เสื้อของผู้เล่นทุกคนจะต้องติดหมายเลขที่ด้านหลังให้เห็นได้ชัดเจน ให้แต่ละทีมใช้หมายเลข 1-15 เท่านั้น โดยมีขนาดความสูงไม่น้อยกว่า 19 เซนติเมตร ซึ่งกำหนดให้ผู้เล่นจะต้องมีหมายเลขเพียงหมายเลขเดียวตลอดการแข่งขัน (TOURNAMENT)
ข้อที 7 การเปลี่ยนตัวผู้เล่น (SUBSTITUTION)
7.1 ในทีมชุด ผู้เล่นแต่ละคนที่ลงแข่งขันในทีมใดแล้ว จะไม่มีการแข่งขันซ้ำในทีมอื่นอีก
7.2 การเปลี่ยนตัวผู้เล่นจะกระทำในเวลาใดก็ได้ โดยผู้จัดการทีมยื่นขอต่อ กรรมการผู้ชี้ขาด( Official Referee ) เมื่อลูกตะกร้อไม่ได้อยู่ในการเล่น
7.3 ประเภททีมเดียว ในการแข่งขันแต่ละครั้งให้แต่ละทีมมีผู้เล่นสำรองได้ไม่เกิน 2 คนนอกเหนือจากผู้เล่น 3 คนที่เริ่มเล่นในสนามและสามารถทำการเปลี่ยนตัวได้ไม่เกิน
2 ครั้งในแต่ละเซ็ทประเภททีมชุด ในการแข่งขันแต่ละครั้ง ให้แต่ละทีมเดียวเปลี่ยนตัวผู้เล่นสำรองได้ไม่เกิน 1 คน นอกเหนือจากผู้เล่น 3 คนที่เริ่มเล่นในสนามและสามารถทำการ
เปลี่ยนตัวได้ไม่เกิน 2 ครั้งในแต่ละเซ็ทการเปลี่ยนตัวทุกครั้งให้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของกรรมการ ประจำสนาม(Court Referee )และให้กระทำที่ด ้านข้างของสนาม โดยให้อยู่ในสายตาของผู้ตัดสิน ( Match Referee )การเปลี่ยนตัวสามารถกระทำได้ในระหว่างการแข่งขัน เมื่อลูกตะกร้อไม่ได้อยู่ในการเล่น หรือในทันทีที่เริ่มการแข่งขันในแต่ละเซ็ทการเปลี่ยนตัวสามารถเปลี่ยนตัวได้ 1 คนหรือ 2 คนพร้อมกันในเวลาเดียวกันสำหรับประเภททีมเดียวเท่านั้น (เปลี่ยน 2 คนพร้อมกัน ให้นับเป็นสองครั้ง)ก่อนการแข่งขันในเซ็ทใหม่ ทีมใดมีการเปลี่ยนตัวในการพักระหว่างเซ็ทให้ถือเป็ นการเปลี่ยนตัวในเซ็ทใหม่
7.4 ถ้ามีผู้เล่นเกิดการบาดเจ็บและไม่สามารถทำการแข่งขันต่อไปได้ อนุญาตให้ ทีมนั้นทำการเปลี่ยนตัวผู้เล่นถ้ายังไม่ได้ใช้สิทธิในการเปลี่ยนตัว แต่ถ้ามีการเปลี่ยนตัวครบ
2 ครั้งในเซ็ทนั้นแล้ว การแข่งขันจะยุติลงและทีมดังกล่าวจะถูกปรับให้เป็นแพ้ในการแข่งขัน
7.5 ถ้าผู้เล่นได้รับบัตรแดง จะถูกลงโทษให้ออกจากการแข่งขัน อนุญาตให้ทีมนั้นทำการเปลี่ยนตัวผู้เล่น ถ้ายังไม่ได้ใช้สิทธิในการเปลี่ยนตัว แต่ถ้ามีการเปลี่ยนตัวผู้เล่นครบ 2 ครั้งในเซ็ทนั้นแล้ว การแข่งขันจะยุติลงและทีม’ดังกล่าวจะถูกปรับให้เป็นแพ้ในการแข่งขัน
7.6 มีผู้เล่นน้อยกว่า 3 คน การแข่งขันจะยุติลง และทีมดังกล่าวจะถูกปรับให้เป็นแพ้ในการแข่งขัน

ข้อ 8 เจ้าหน้าที่ (OFFICIALS)

กีฬาเซปักตะกร้อ มีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการแข่งขัน ดังต่อไปนี้
8.1 กรรมการประจำสนาม 1 คน (OFFICIAL REFEREE)
8.2 กรรมการผู้ตัดสิน 2 คน (UMPIRES) (ผู้ตัดสิน 1 คน ผู้ช่วยผู้ตัดสิน 1 คน)
8.3 ผู้กำกับเส้น 6 คน (LINESMEN) (กำกับเส้นข้าง 4 คน และกำกับเส้นหลัง 2 คน)

ข้อ 9 การเสี่ยงและการอบอุ่นร่างกาย (THE COIN TOSS & WARM UP)


ก่อนเริ่มการแข่งขัน กรรมการผู้ตัดสินกระทำการเสี่ยง ผู้ชนะการเสี่ยงมีสิทธิเลือกส่งลูกหรือเลือกแดนก็ได้ ทีมที่ชนะการเสี่ยงจะเป็นทีมที่อบอุ่นร่างกายในสนามก่อนเป็นเวลา 2 นาที แล้วตามด้วยทีมที่เหลืออยู่ด้วย ด้วยลูกตะกร้อที่ใช้แข่งขัน และให้มีบุคคลอยู่ในสนามได้ 5 คนเท่านั้น

ข้อที่ 10 การเริ่มเล่นและการส่งลูก (THE START OF PLAY AND SERVICE)

10.1 การแข่งขันจะถูกดำเนินการโดยผู้ตัดสิน ( Match Referee )หนึ่งคนโดยอยู่ในตำแหน่งด้านหนึ่งของปลายตาข่าย ผู้ช่วยผู้ตัดสิน( Assistant MatchReferee ) หนึ่งคน อยู่ตรงกันข้ามกับผู้ตัดสิน กรรมการประจำสนาม (CourtReferee )หนึ่งคนอยู่ด้านหลังผู้ตัดสิน ผู้กำกับเส้น ( Linesman ) สองคนโดยคนหนึ่งอยู่ทางเส้นข้างด้านขวามือของผู้ตัดสิน และอีกคนหนึ่ง อยู่ทางเส้นข้าง
ด้านขวามือของผู้ช่วยผู้ตัดสินผู้ตัดสินจะได้รับความช่วยเหลือจากกรรมการผู้ ชีขาด (Official Referee) ที่อยู่นอกสนาม ทีมที่ได้เสิร์ฟก่อนจะเสิร์ฟติดต่อกัน 3 ครั้ง ในขณะทีอีกทีมหนึ่งก็จะได้สิทธิการเสิร์ฟในลักษณะเดียวกัน หลังจากนั้นให้สลับกันเสิร์ฟทุก ๆ 3 คะแนน ไม่ว่าฝ่ายใดจะได้คะแนนหรือเสียคะแนนการดิวส์ เมือทั้งสองทีมทำคะแนนได้เท่ากันที่ 14 – 14 การเสิร์ฟจะสลับกันทุกคะแนนทีมที่เป็นฝ่ายรับจากการเริ่มเล่นในเซ็ทใดก็ตาม จะเป็นฝ่ ายเริ่มเสิร์ฟก่อนในเซ็ทต่อไปและจะต้องเปลี่ยนแดนก่อนเริ่มการแข่งขันในแต่ ละเซ็ท การเสิร์ฟในลักษณะเดียวกัน หลังจากนั้นให้สลับกันเสิร์ฟทุก ๆ 3 คะแนน ไม่ว่าฝ่ายใดจะได้คะแนนหรือเสียคะแนนการดิวส์ เมือทั้งสองทีมทำคะแนนได้เท่ากันที่ 14 – 14 การเสิร์ฟจะสลับกันทุกคะแนนทีมที่เป็นฝ่ายรับจากการเริ่มเล่นในเซ็ทใดก็ตาม จะเป็นฝ่ ายเริ่มเสิร์ฟก่อนในเซ็ทต่อไปและจะต้องเปลี่ยนแดนก่อนเริ่มการแข่งขันในแต่ ละเซ็ท


ข้อ 11 การเริ่มเล่นและการส่งลูก (THE START OF PLAY & SERVICE)

11.1 การเริ่มเล่น ให้ฝ่ายที่ต้องส่งลูกเป็นฝ่ายส่งลูกก่อนในเซตที่ 1 ทีมที่ชนะในเซตที่ 1 จะได้รับสิทธิ์เลือกการเสิร์ฟในเซตที่ 2
11.2 เมื่อกรรมการผู้ตัดสินขานคะแนนแล้วถือเป็นการเริ่มเล่น ผู้โยนต้องโยนลูกตะกร้อออกไปให้ผู้เสิร์ฟเสิร์ฟลูก หากผู้โยนโยนลูกตะกร้อออกไปก่อนกรรมการผู้ตัดสินขานคะแนนต้องโยนใหม่และจะ ต้องเตือนผู้โยนคนนั้น
11.3 ระหว่างการเสิร์ฟ ในทันทีที่ผู้เสิร์ฟได้เตะลูกตะกร้อแล้ว ผู้เล่นทุกคนสามารถเคลื่อนที่ได้ในแดนของตน
11.4 การเสิร์ฟที่ถูกต้อง เมื่อลูกตะกร้อได้ข้ามไปยังฝ่ายตรงข้ามระหว่างแถบแสดงเขตสนามไม่ว่าจะสัมผัส ตาข่าย หรือไม่ก็ตาม และได้ตกสู่พื้นอยู่ในขอบเขตสนาม

ข้อ 12 การผิดกติกา (FAULTS)
12.1 สำหรับผู้เล่นฝ่ายเสิร์ฟ ระหว่างการเสิร์ฟ
12.1.1 ผู้เล่นหน้า คนทำหน้าที่โยนลูกกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งโดยไม่โยนลูกให้ผู้เสิร์ฟเตะส่งลูก เช่น โยนลูกเล่น เคาะลูกเล่น โยนลูกให้ผู้เล่นหน้าอีกคนหนึ่ง ฯลฯ หลังจากผู้ตัดสินขานคะแนนแล้ว
12.1.2 ผู้เล่นหน้า ยกเท้า หรือเหยียบเส้น หรือ ถูกตาข่ายหรือส่วนของร่างกายล้ำเข้าไปในแดนฝ่ายตรงข้ามขณะที่โยนส่งลูก
12.1.3 ผู้เสิร์ฟ กระโดดเสิร์ฟในขณะเตะส่งลูก
12.1.4 ผู้เสิร์ฟ ไม่ได้เตะลูกที่ผู้โยน โยนไปให้เพื่อเสิร์ฟ
12.1.5 ลูกตะกร้อถูกผู้เล่นคนอื่นก่อนข้ามตาข่าย
12.1.6 ลูกตะกร้อข้ามตาข่ายแล้วตกนอกเขตพื้นที่สนาม
12.1.7 ลูกตะกร้อไม่ข้ามตาข่าย
12.2 สำหรับผู้เล่นฝ่ายรับระหว่างการเสิร์ฟ เจตนากระทำในลักษณะทำให้ฝ่ายเสิร์ฟเสียสมาธิ หรือส่งเสียงรบกวน หรือร้องตะโกน
12.3 สำหรับผู้เล่นทั้งสองฝ่ายระหว่างแข่งขัน
12.3.1 ถูกลูกตะกร้อในแดนฝ่ายตรงข้าม
12.3.2 ส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายล้ำเข้าไปในแดนฝ่ายตรงข้าม ไม่ว่าจะเป็นด้านบน หรือด้านล่างของตาข่าย ยกเว้นการเคลื่อนไหวต่อเนื่อง (FOLLOW THROUGH ) ภายหลังการเล่นลูก
12.3.3 เล่นลูกเกินกว่า 3 ครั้ง
12.3.4 ลูกถูกมือ หรือแขน
12.3.5 หยุดลูกหรือยึดลูกไว้ใต้แขน ระหว่างขาหรือลำตัว
12.3.6 ส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกาย หรืออุปกรณ์ของเครื่องแต่งกายผู้เล่น เช่น รองเท้า เสื้อ ผ้าพันศีรษะ ฯลฯ ถูกตาข่าย หรือเสา หรือเก้าอี้ผู้ตัดสิน หรือตกลงบนพื้นที่ฝ่ายตรงข้าม
12.3.7 ลูกตะกร้อถูกเพดาน หลังคา หรือผนัง หรือสิ่งกีดขวางอื่น
12.3.8 ผู้เล่นถ่วงเวลาโดนเจตนา

ข้อ 13 การนับคะแนน (SCORING SYSTEM)
13.1 ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเสิร์ฟ หรือฝ่ายรับก็ตาม เมื่อมีการทำผิดกติกาเกิดขึ้น (FAULT) ฝ่ายตรงข้ามจะได้คะแนนทันทีและจะเป็นฝ่ายเสิร์ฟต่อไป
13.2 ทีมที่ชนะการแข่งขันในแต่ละเซต จะต้องทำคะแนนได้ 21 คะแนน แต่ถ้าคะแนนเท่ากันที่ 20-20 ผู้ชนะ จะต้องมีคะแนนต่างกัน 2 คะแนน และคะแนนสูงสุดไม่เกิน 25 คะแนน เมื่อคะแนน 20 เท่า ผู้ตัดสินต้องขานว่า “ดิวส์คู่ไม่เกิน 25 แต้ม”
13.3 การแข่งขันจะต้องชนะกัน 2 เซต โดยมีการพักระหว่างเซต 2 นาที
13.4 ถ้าแต่ละทีมชนะกันทีมละ 1 เซต จะต้องทำการแข่งขันในเซตที่ 3 ซึ่งเรียกว่า “ไทเบรค” (TIEBREAK) โดยแข่งขัน 15 คะแนน แต่ถ้าคะแนนเท่ากันที่ 14-14 ผู้ชนะจะต้องมีคะแนนต่างกัน 2 คะแนน และคะแนนสูงสุดไม่เกิน 17 คะแนน เมื่อคะแนน 14 เท่า ผู้ตัดสินต้องขานว่า “ดิวส์คู่ไม่เกิน 17 แต้ม”
13.5 ก่อนเริ่มการแข่งขันในเซตที่ 3 ผู้ตัดสินต้องทำการเสี่ยง ผู้ชนะในการเสี่ยงมีสิทธิเลือกการเสิร์ฟ และให้มีการเปลี่ยนแดนเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำคะแนนได้ 8 คะแนน

ข้อ 14 การขอเวลานอก (TIME OUT)
แต่ละทีม (REGU) สามารถขอเวลานอกได้เซตละ 1 ครั้ง เป็นเวลา 1 นาที โดยให้ผู้จัดการทีม หรือผู้ฝึกสอน ขอเวลานอกต่อกรรมการผู้ตัดสิน เมื่อลูกตะกร้อไม่ได้อยู่ในการเล่น และให้มีบุคคลในระหว่างการขอเวลานอกได้ 5 คน ที่บริเวณท้ายสนามของแต่ละด้าน
ข้อ 15 อุบัติเหตุและการหยุดการแข่งขัน (TEMPORARY SUSPENSION OF PLAY)
15.1 กรรมการผู้ตัดสินสามารถหยุดการแข่งขันได้ไม่เกิน 5 นาที เนื่องจากมีสิ่งกีดขวาง หรือรบกวนการแข่งขัน หรือผู้เล่นเกิดการบาดเจ็บ และต้องได้รับการดูแลในทันที
15.2 การหยุดพักสำหรับผู้เล่นที่ได้รับบาดเจ็บถือเป็นเวลานอกสำหรับการบาดเจ็บ อนุญาตให้หยุดพักการแข่งขันได้ไม่เกิน 5 นาที ภายหลังจากหยุดพัก 5 นาทีแล้ว ผู้เล่นคนนั้นไม่สามารถทำการแข่งขันต่อไปได้จะให้ทำการเปลี่ยนตัวผู้เล่น นั้น ถ้าหากกรณีที่ได้เปลี่ยนตัวผู้เล่นไปแล้วให้ปรับทีมนั้นแพ้ และให้ฝ่ายตรงข้ามชนะในการแข่งขันครั้งนี้
15.3 ในระหว่างการหยุดการแข่งขัน ผู้เล่นทุกคนต้องอยู่ในสนามแข่งขัน และไม่อนุญาตให้ดื่มน้ำ หรือได้รับการช่วยเหลือใดๆ
ข้อ 16 วินัย และมารยาทในการแข่งขัน (DISCIPLINE)
16.1 ผู้เล่นทุกคนต้องปฏิบัติตามกติกาการแข่งขัน
16.2 ในระหว่างการแข่งขันจะอนุญาตให้หัวหน้าทีมเท่านั้นที่เป็นผู้ติดต่อหรือซักถามต่อกรรมการผู้ตัดสิน

ข้อ 17 ความผิด และบทลงโทษ (PENALTY)
17.1 ความผิดที่ถูกตักเตือน
ผู้เล่นที่กระทำผิดจะถูกเตือน และได้รับบัตรเหลืองใน 6 กรณีดังต่อไปนี้
17.1.1 ปฏิบัติตนไม่มีน้ำใจนักกีฬา
17.1.2 แสดงกิริยา และวาจา ที่ไม่สุภาพ
17.1.3 ไม่ปฏิบัติตามกฎ กติกาการแข่งขัน
17.1.4 ถ่วงเวลาการแข่งขัน
17.1.5 เข้าหรือออกนอกสนาม โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ตัดสิน
17.1.6 เจตนาเดินออกไปจากสนาม โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ตัดสิน
17.2 ความผิดที่ถูกให้ออกจากการแข่งขัน
ผู้เล่นที่กระทำความผิดให้ออกจากการแข่งขัน และได้รับบัตรแดงมี 5 กรณี ดังต่อไปนี้
17.2.1 กระทำผิดกติกาอย่างร้ายแรง
17.2.2 ประพฤติผิดร้ายแรงโดยเจตนาทำให้คู่ต่อสู้บาดเจ็บ
17.2.3 ถ่มน้ำลายใส่ฝ่ายตรงข้ามหรือผู้อื่น
17.2.4 ทำความผิดอย่างร้ายแรง โดยสบประมาทหรือดูถูก และแสดงกิริยาที่ไม่เหมาะสมไปยังฝ่ายตรงข้าม
17.2.5 ได้รับการเตือนด้วยบัตรเหลืองเป็นครั้งที่ 2 ในการแข่งขันครั้งนั้น
17.3 ผู้เล่นที่กระทำผิดถูกตักเตือนหรือให้ออกจากการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นความผิดทั้งในหรือนอกสนามแข่งขัน ที่กระทำต่อคู่แข่งขัน ผู้เล่นฝ่ายเดียวกัน กรรมการผู้ตัดสิน ผู้ช่วยผู้ตัดสิน หรือบุคคลอื่นๆ ให้พิจารณาลงโทษตามความผิดที่ได้กระทำขึ้น

ข้อ 18 ความผิดของเจ้าหน้าที่ทีม (MISCONDUCT OF TEAM OFFICIALS)
ในระหว่างการแข่งขัน หากทีมหรือเจ้าหน้าที่คนใดกระทำผิดเกี่ยวกับทางวินัยและมารยาท ทั้งในและนอกสนามแข่งขัน เจ้าหน้าที่ทีมหรือทีมนั้นๆ จะต้องถูกพิจารณาลงโทษทางวินัย และมารยาท

ข้อ 19 บททั่วไป (GENERAL)
ในการแข่งขันหากมีปัญหาหรือเรื่องราวใดๆ ก็ตามที่เกิดขึ้นในทุกกรณี ซึ่งนอกเหนือจากที่มิได้ระบุไว้ในกติกาข้อใดๆ ของการแข่งขัน ให้ถือคำตัดสินของกรรมการประจำสนามเป็นที่สิ้นสุด

สรุปกติกาใหม่ตะกร้อ

1. หาผู้ชนะโดยใช้ ระบบการเล่น 3 ใน 5 เซ็ต เซ็ต ละ 15 คะแนน มีเพดานแต่ละเซ็ตอยู่ที่ 17 คะแนน จากเดิมที่เล่นแบบ 2 ใน 3 เซ็ต เซ็ตละ 21 คะแนน การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะทำให้แต้มในแต่ละเซ็ตสั้นลง เพิ่มโอกาสการชนะให้ทีมที่เป็นรอง โดยเฉพาะฝั่งยุโรปที่เครื่องร้อนเร็วและถนัดในเกมสั้น
2. แต่ละทีมจะได้สิทธิ์เสิร์ฟลูกติดต่อกัน 3 แต้ม และผลัดกันเสิร์ฟจนจบเซ็ต กติกานี้จะลดความได้เปรียบของชาติที่มีตัวเสิร์ฟเก่งๆโดยเฉพาะทีมชาติไทย ซึ่งถ้าเป็นกติกาเดิมทีมใดมีตัวเสิร์ฟที่ดีก็อาจทำแต้มได้ 10 แต้มรวด ทั้งนี้ยังทำให้เกมสนุกขึ้นเพราะผู้ชมจะได้ดูทั้งการรุกและรับของแต่ละทีม ด้วย

3. แต่ละเซ็ตสามารถเปลี่ยนผู้เล่นได้ 2 คน ซึ่งจากเดิมเราแทบจะไม่ค่อยเห็นการเปลี่ยนตัวระหว่างการเล่นเลย เมื่อมีกติกานี้ทำให้แต่ละทีมต้องพัฒนารูปแบบการเล่นให้หลากหลายทั้งเกมรับ และรุกเพื่อแก้เกมของคู่ต่อสู้

กติกา กฏ วอลเลย์บอล

โพสต์27 พ.ค. 2562 22:04โดยกลุ่มสาระฯสุขศึกษาและพลศึกษา กลุ่มสาระฯสุขศึกษาและพลศึกษา   [ อัปเดต 27 พ.ค. 2562 22:08 ]

กติกา วอลเลย์บอลกติกา วอลเลย์บอล

วอลเลย์บอล เป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมทั่วโลกและได้เข้ามาในไทยตั้งแต่ปี 2477 ทางกรมพลศึกษาได้จัดพิมพ์กติกาหลังจากนั้นก็ได้มีการแข่งขันเรื่อยมากทำให้กีฬาวอลเลย์บอลสามารถเล่นได้ทุกเพศทุกวัย และในปี 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2502 ได้มีการจัดตั้งสมาคมวอลเลย์บอลสมัครเล่นแห่งประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ปัจจุบันได้ถูกเพิ่มเป็นหลักสูตรการศึกษาวิชาพละศึกษาทำให้สามารถเรียนรู้ กฏ วอลเลย์บอล , กติกาวอลเลย์บอล, วิธีการเล่น วอลเลย์บอล อย่างถูกวิธีการ, สัญญาณมือ กรรมการอลเลย์บอล


กติกาวอลเลย์บอลและอุปกรณ์การเล่น

สนามแข่งขัน
จะต้องเป็นพื้นไม้หรือพื้นปูนที่มีลักษณะเรียบ ไม่มีสิ่งกีดขวาง
เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 9 เมตร ยาว 12 เมตร ความสูงจากพื้นประมาณ 7 เมตร มีบริเวณโดยรอบห่างจากสนามประมาณ 3 เมตร
แต่หากเป็นสนามมาตรฐานในระดับนานาชาติ กำหนดให้รอบสนามห่างจากสนามประมาณ 5 เมตร ด้านหลังห่าง 8 เมตร และมีความสูง 12.5 เมตร
เส้นรอบสนาม (Boundary lines) ทุกเส้นจะต้องกว้าง 5 เซนติเมตร เป็นสีอ่อนตัดกับพื้นสนาม มองเห็นได้ชัดเจน
เส้นแบ่งเขตแดน (Center line) ที่อยู่ตรงกลางสนาม จะต้องอยู่ใต้ตาข่าย หรือตรงกับเสาตาข่ายพอดี



ตาข่าย
จะต้องมีความสูงจากพื้น 2.43 เมตร กว้าง 1 เมตร ยาว 9.5 – 10 เมตร
ตารางในตาข่ายกว้าง 10 เซนติเมตร ผู้ติดไว้กับเสากลางสนาม
ตาข่ายสำหรับทีมหญิงสูง 2.24 เมตร



ลูกวอลเลย์บอล
เป็นทรงกลมมีเส้นรอบวงประมาณ 65-67 เซนติเมตร น้ำหนัก 260-280 กรัม
ทำจากหนังสังเคราะห์ที่ยืดหยุ่นได้
ซึ่งในการแข่งขันระดับโลกจะใช้ลูกบอล 3 ลูกต่อการแข่งขัน เพื่อความต่อเนื่องหากบอลออกนอกสนาม



ผู้เล่น
ในทีมจะต้องมีผู้เล่นไม่เกิน 12 คน ผู้ฝึกสอน 1 คน ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน 1 คน เทรนเนอร์ 1 คน และแพทย์ 1 คน
ผู้เล่นจะลงเล่นในสนามได้ครั้งละ 6 คน โดยแบ่งออกเป็นหน้าตาข่าย 3 คน และด้านหลังอีก 3 คน
สามารถเปลี่ยนตัวผู้เล่นครั้งละกี่คนก็ได้ โดยผู้เล่นเดิมที่ถูกเปลี่ยนออก สามารถเปลี่ยนกลับมาเล่นในสนามได้อีก
การแต่งกายในชุดแข่งขัน ต้องแต่งกายเหมือนกันทั้งทีม ประกอบไปด้วย เสื้อสวมคอ กางเกงขาสั้น ถุงเท้า และรองเท้าผ้าใบพื้นยางที่ไม่มีส้น โดยผู้เล่นแต่ละคนจะต้องติดหมายเลขกำกับไว้ที่เสื้อ กำหนดให้ใช้เลข 1-18 เท่านั้น สำหรับหัวหน้าทีมจะต้องมีแถบผ้าขนาด 8×2 เซนติเมตร ติดอยู่ใต้หมายเลขบริเวณอกเสื้อด้วย



วิธีการเล่นกีฬาวอลเลย์บอล
ทีมที่ได้เสิร์ฟ จะต้องให้ผู้เล่นที่อยู่ในตำแหน่งขวาหลัง เป็นผู้เสิร์ฟเพื่อเปิดเกม จากนั้นผู้เล่นทุกตำแหน่งจะขยับตำแหน่งวนไปตามเข็มนาฬิกา
การเสิร์ฟจะต้องรอฟังสัญญาณนกหวีดก่อน และให้เริ่มเสิร์ฟลูกบอลภายใน 5 วินาที
ทีมที่ได้คะแนนจะเป็นผู้ได้เสิร์ฟ จนกว่าจะเสียคะแนนให้ฝ่ายตรงข้ามจึงจะเปลี่ยนเสิร์ฟ
เมื่อลูกเข้ามาในเขตแดนของทีม จะสามารถเล่นบอลได้มากที่สุด 3 ครั้งเท่านั้น
สามารถบล็อคลูกบอลจากฝ่ายตรงข้ามที่หน้าตาข่ายได้ แต่หากผู้เล่นล้ำเข้าไปในแดนของฝ่ายตรงข้ามจะถือว่าฟาวล์
สามารถขอเวลานอกได้ 2 ครั้งต่อ 1 เซต ให้เวลาครั้งละ 30 วินาที
ทุกครั้งที่แข่งขันจบ 1 เซต จะต้องมีการเปลี่ยนฝั่ง



การคิดคะแนนกีฬาวอลเลย์บอล


ทีมจะได้คะแนนเมื่อลูกบอลตกลงในเขตสนามของฝ่ายตรงข้าม โดยนับเป็นลูกละ 1 คะแนน และหากมีการเสียคะแนน จะต้องเปลี่ยนให้ทีมที่ได้คะแนนเป็นผู้เสิร์ฟ
หากทีมไหนได้คะแนนครบ 25 คะแนนก่อน ก็จะเป็นผู้ชนะในเซตนั้นไป แต่หากคะแนนเสมอกันที่ 24-24 จะต้องมีการดิวซ์ (Deuce) หมายถึงต้องทำคะแนนให้มากกว่าอีกฝ่าย 2 คะแนน ถึงจะเป็นผู้ชนะ เช่น 26-24 หรือ 27-25 เป็นต้น
ต้องแข่งขันกันให้ชนะ 3 ใน 5 เซต จึงจะเป็นผู้ชนะในเกมนั้น


แนะนำการดูวอลเลย์บอล

วอลเลย์บอล เป็นกีฬาที่เล่นโดยทีม 2 ทีมบนสนามที่แบ่งแดนด้วยตาข่าย ลักษณะการเล่นอาจแตกต่างกันได้ตามสภาพที่จำเป็นเพื่อให้ทุกคนเล่นกันได้แพร่ หลาย กีฬาชนิดนี้จัดเป็นกีฬานันทนาการที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 3 ของโลก

จุดมุ่งหมายของการแข่งขันก็คือ การส่งลูกข้ามตาข่ายให้ตกลงบนพื้นที่ในแดนของทีมตรงข้าม และป้องกันไม่ให้ทีมตรงข้ามส่งลูกข้ามตาข่ายมาตกบนพื้นที่ในเขตแดนของตน แต่ละทีมจะสัมผัสลูกบอลได้มากที่สุด 3 ครั้ง ในการส่งลูกบอลไปยังแดนของทีมตรงข้ามสัมผัสบอลแค่ครั้งเดียวก็ได้ โดยปกติแล้วการสัมผัสลูกบอลครั้งแรกก็คือ การรับลูก เสิร์ฟ จากฝ่ายตรงข้าม ครั้งที่ 2 คือ การ set บอลขึ้นบนอากาศ เพื่อให้ครั้งที่ 3 ซึ่งปกติจะใช้ตบลูกบอลทำได้อย่างสะดวก

การเล่นจะเริ่มต้นเมื่อทำการเสิร์ฟ ลูกบอล โดยผู้เสิร์ฟ ส่งลูกบอลข้ามตาข่ายไปยังทีมตรงข้าม การเล่นจะดำเนินไปจนลูกบอลตกลงบนพื้นในเขตสนามหรือนอกเขตสนาม หรือทีมไม่สามารถส่งลูกกลับไปยังทีมตรงข้ามได้อย่างถูกต้องตามกติกา

ส่วน การนับคะแนนนั้น การแข่งขัน วอลเลย์บอล จะมีการได้คะแนนทุกครั้งที่มีการเล่นลูกถ้าฝ่ายรับลูกเสิร์ฟ ชนะการเล่นลูกนั้นก็จะได้สิทธิทำการเสิร์ฟ และผู้เล่นทั้งหมดต้องหมุนตามเข็มนาฬิกา 1 ตำแหน่ง

จะมีผู้เล่นอยู่ในทีมๆละอย่างมาก 12 คน และอย่างน้อย 6 คน แต่จะลงสนามได้ทีมละ 6 คน ผู้เล่นทั้ง 6 คน ในสนามอาจจะเล่นตลอดเกมหรืออาจเปลี่ยนตัวได้ตลอด ผู้เล่นที่เป็นผู้เสิร์ฟจะเป็นตำแหน่งหลังขวาสุด ซึ่งตำแหน่งของผู้เล่นทุกคนจะไม่สามารถเปลี่ยนได้ตามใจชอบ แต่จะต้องหมุนเวียนแบบทวนเข็มนาฬิกาเมื่อได้สิทธิเปลี่ยนเสิร์ฟ ยกเว้นก็ต่อเมื่อขณะที่กำลังเล่นลูกอยู่ นอกจากนี้ในส่วนของนักกีฬา ยังมีผู้เล่นตัวรับอิสระ (Libero player) ซึ่งเป็นผู้เล่น 1 ใน 12 คน แต่สวมเสื้อที่มีหมายเลขและสีแตกต่างจากผู้เล่นคนอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด สามารถเปลี่ยนตัวไปแทนผู้เล่นที่อยู่ในแดนหลังได้เมื่อลูกตายและก่อนที่ผู้ ตัดสินจะเป่านกหวีดให้ทำการเสิร์ฟ โดยไม่นับเป็นการเปลี่ยนตัวเข้าออกปกติ



สำหรับผู้ตัดสินวอลเลย์บอล จะมี 2 คน คือ ผู้ตัดสินที่ 1 จะทำหน้าที่ชี้ขาดอยู่บนเก้าอี้ตัดสิน และผู้ตัดสินที่ 2 อยู่ด้านล่างตรงข้ามกับผู้ตัดสินที่ 1 ขณะเดียวกันจะมีผู้กำกับเส้นอีก 4 คน

การ นับคะแนน แรลลี่พอยต์ หรือนับทุกลูกที่ลูกตาย จากเซ็ตที่ 1 ถึง เซ็ตที่ 4 กรณีที่เล่น 3 ใน 5 ฝ่ายเสิร์ฟ เล่นลูกจะนับทีละ 1 คะแนน แต่ถ้าฝ่ายเสิร์ฟทำเสียหรือฟาวล์ จะเสียคะแนนและจะต้องเปลี่ยนให้ฝ่ายตรงข้ามเล่น โดยนับคะแนนลักษณะเดียวกัน จนกว่ามีทีมใดได้ครบ 25 คะแนนก่อน เป็นทีมชนะในเซ็ตนั้น หลังจากนั้นเริ่มต้นเล่นกันใหม่ จนกว่าจะรู้ผลแพ้ชนะซึ่งโดยปกติจะแข่งกันหาผู้ชนะ 3 ใน 5 เซต

การแข่ง ขันในเซตตัดสิน (เซตที่ 3 หากแข่งขันระบบ 2 ใน 3 หรือ เซตที่ 5 ในระบบ 3 ใน 5 จะแข่งขันแบบแรลลี่พอยต์ หรือนับแต้มทุกแต้มที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดทำลูกเสีย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเสิร์ฟหรือไม่ก็ตาม ฝ่ายใดทำลูกเสียหรือผิดกติกา จะเสียแต้มและเสียสิทธิเสิร์ฟด้วย เซตนี้จะเกมที่ 15 แต้ม ไว้แต่มีกรณีดิวส์ จะต้องมีแต้มห่างกัน 2 แต้ม

นอกจากนี้ยังมีกติกา เบื้องต้นบางอย่างที่ควรรับรู้ เช่น ตำแหน่งการเสิร์ฟ ได้เปลี่ยนใหม่ นักกีฬาสามารถเสิร์ฟจุดใดก็ได้ โดยจะต้องไม่เหยียบเส้นหลังสนามเท่านั้น

ในส่วนของผู้ฝึกสอน ปัจจุบันอนุญาตให้ผู้ฝึกสอนเพียงคนเดียว ยืน เดิน และให้คำแนะนำแก่นักกีฬาได้ที่บริเวณด้านหน้าม้านั่งในแดนตัวเองระหว่างเส้น เขตรุก ถึงเขตอบอุ่นร่างกาย โดยไม่ถือเป็นการรบกวนการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตัดสิน

กติกาฟุตบอล 2019 ใหม่ล่าสุด ฟีฟ่า

โพสต์27 พ.ค. 2562 21:48โดยกลุ่มสาระฯสุขศึกษาและพลศึกษา กลุ่มสาระฯสุขศึกษาและพลศึกษา


กติกาฟุตบอล เปลี่ยนแปลงไปตามาลเวลาแต่ก็ใช่ว่าแฟนบอลทุกคนจะจำได้หมด กฎกติกาบางอย่างแม้แต่ผู้ตัดสินหรือนักเตะเองยังสับสนเพราะบางกรณีก็มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมากหรือบางข้อก็แทบไม่เคยเกิดขึ้นเลย i99bet

กติกาของฟุตบอลมีจำนวนทั้งหมด 17 ข้อในปัจจุบันดังนี้

ข้อ 1 สนามฟุตบอลจะต้องเป็นสนามหญ้ารูปที่เหลี่ยมผืนผ้า และมีเส้นในสนามทั้งหมดเป็นสีขาว

ข้อ 2 ลูกฟุตบอล ต้องเป็นลูกกลม ทำมาจากหนัง หรือวัสดุอื่นตามความเหมาะสมและต้องไม่เป็นอันตรายต่อผู้เล่น

ข้อ 3 ผู้เล่นทั้งสองทีมต้องมีตัวจริงและตัวสำรอง โดยตัวจริงมี 11 คน และมีตัวสำรองไม่เกิน 7 คน

ข้อ 4 ผู้เล่นจะต้องใส่เสื้อทีมสีตัดกันอย่างชัดเจน ยกเว้นผู้รักษาประตู

ข้อ 5 ผู้คอยควบคุมการแข่งขันคือผู้ตัดสินหรือกรรมการ และมีผู้ช่วยผู้ตัดสินให้ความช่วยเหลือ

ข้อ 6 ผู้ช่วยผู้ตัดสินมีหน้าที่ในการเป็นผู้คอยชี้แนะหรือให้คำปรึกษาแก่ผู้ตัดสินหรือกรรมการในสนาม

ข้อ 7 ระยะเวลาที่ใช้ในการแข่งขันฟุตบอลมี 2 ช่วงเวลาด้วยกันคือครึ่งแรก และครึ่งหลัง แต่ละครึ่งมีเวลา 45 นาทีโดยไม่รวมการทดเวลาและพักครึ่งได้ไม่เกิน 15 นาที

ข้อ 8 ลูกบอลจะอยู่ในการเล่นเมื่อกระดอนจากเสาประตู คานประตู ธงมุมสนาม เข้ามาในสนามการแข่งขัน และข้อ 9 ลูกบอลจะอยู่นอกการเล่นเมื่อลูกบอลได้ผ่านเส้นประตูหรือเส้นข้างออกไปหมดทั้งลูก และเมื่อผู้ตัดสินสั่งหยุดเกม

ข้อ 10 การนับคะแนนในการยิงเข้า 1 ลูกให้นับได้ว่าคือ 1 แต้มหรือ 1 ประตูผู้ชนะคือทีมที่ได้แต้มหรือประตูมากกว่าแต่ถ้าแต้มหรือประตูเท่ากันให้ถือว่าเสมอ

ข้อ 11 ตำแหน่งล้ำหน้าคือ ผู้เล่นที่อยู่ในตแหน่งล้ำหน้าได้สัมผัสกับลูกบอล โดยผู้ตัดสินเห็นว่ามีส่วนร่วมในการเล่นอย่างชัดเจน แต่จะไม่ถือว่าล้ำหน้าในกรณีที่ลูกบอลถูกเตะออกมาจากประตูหรือเตะมุม หรือจากการทุ่ม

ข้อ 12 การทำโทษในการแข่งขันฟุตบอลมี 3 แบบคือ ตักเตือน ใบเหลือง และใบแดง

ข้อ 13 ฟรีคิก จะเกิดขึ้นเมื่อมีผู้เล่นทำฟาล์วนอกกรอบเขตโทษ การเตะฟรีคิกผู้เล่นจะนำลุกบอลมาตั้งเตะในจุดที่ผู้เล่นทำฟาล์ว

ข้อ 14 ลูกโทษ จะเกิดขึ้นเมื่อมีการทำฟาล์วในกรอบสีเหลี่ยมหน้าประตู ทำให้เสียลูกโทษ

ข้อ 15 การทุ่ม คือการโยนลูกบอลเข้าไปในสนามจากเส้นข้างบริเวณที่ออก

ข้อ 16 โกลคิก คือ ลูกที่ผู้รักษาประตูตั้งเตะจากเขตประตู ในกรอบเขตประตู

ข้อ 17 การเตะมุม เกิดขึ้นเมื่อลูกบอลทั้งลูกได้ผ่านเส้นประตูออกไปยังนอกสนาม ไม่ว่าจะกลิ้งหรือลอยออกไปนอกสนามก็ตาม โดยผู้รักษาประตูเป็นคนสัมผัสบอลคนสุดท้ายก่อนลูกออก เมื่อได้ลูกเตะมุมผู้เตะต้องตั้งบอลในเขตเตะมุม ใกล้กับธงมุมและเมื่อเตะลูกออกจะต้องไม่ทำให้ธงเคลื่อนที่ ในการเตะมุมถ้าเตะทีเดียวแล้วลูกเข้าประตูให้นับว่าเป็นประตู ผู้เล่นฝั่งตรงข้ามกับผู้เตะมุมจะเข้าใกล้ผู้เตะมุมน้อยกว่า 10 หลาไม่ได้นอกจากผู้เตะจะเตะลูกไปไกลแล้วอย่างน้อยเท่ากับระยะรอบวงของลูกจึงจะเริ่มเล่นต่อไปได้ และจะเล่นลูกนั้นซ้ำไม่ได้จนกว่าลูกนั้นจะถูกตัวของผู้เล่นคนใดคนหนึ่งก่อน

1-3 of 3